5 รูปแบบเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน

  1. เงินกู้ (Loan)

                โดยปกติทั่วไปที่เรารู้ ๆ กันก็คือเงินจำนวนหนึ่งที่เราไปขอกู้เงินมา โดยต้องมีการกำหนดระยะเวลาและดอกเบี้ยในการชำระคืนกันให้ชัดเจน การจ่ายคืนอาจจะจ่ายเป็นงวด งวดละเท่า ๆ กันจนครบสัญญา หรือจ่ายทั้งหมดเลยก็ได้ซึ่งในส่วนนี้ผู้ให้กู้ยืมเงินจะเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขที่เหมาะสมขึ้นมา ในเรื่องของการค้ำประกันจะมีหรือไม่ก็ได้ แต่จะส่งผลไปถึงดอกเบี้ยที่จะต่างกันเพราะหากไม่มีผู้ค้ำประกันหรือทรัพย์สินใด ๆ มาค้ำประกันจะทำให้ดอกเบี้ยสูงมาก เพราะมีความเสี่ยงสูง

  1. เงินกู้เบิกเกินบัญชีธนาคาร (Overdraft : O/D)

                วิธีนี้เป็นการกู้เงินวิธีหนึ่งแต่เราจะต้องสร้างเครดิตของเราไว้ก่อนระยะเวลาหนึ่ง คือการเดินบัญชีในบัญชีกระแสรายวันจนธนาคารมีความเชื่อถือ แต่การจะอนุมัติการเปิด O/D หรือไม่ ก็ยังต้องมีการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ขอกู้เงิน และหลักทรัพย์ค้ำประกันต่าง ๆ ร่วมด้วย เมื่อได้รับการอนุมัติวงเงิน จะถอนเงินจากเช็คผ่านบัญชีกระแสรายวัน แต่จะต้องเบิกเงินไม่เกินวงเงินที่ได้รับอนุมัติไว้ ซึ่งดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจะคำนวณจากเงินต้นโดยนับระยะเวลาที่เบิกจ่ายวันแรกเป็นต้นไป สิทธิ์ที่ได้รับคือจะไม่มีการกำหนดชำระคืนตายตัว ลูกค้าสามารถคืนได้ทุกเมื่อเพื่อที่จะได้ลดยอดหนี้ลงไป วงเงินส่วนนี้จะใช้เพื่อหมุนเวียนในกิจการเสริมสภาพคล่องหรือกระแสเงินสดในกิจการ หากเราเปิด O/D ขึ้นมาแล้วไม่ได้ใช้ในปีถัดไปธนาคารอาจพิจารณาปิดบัญชีได้เช่นกัน ดังนั้นจึงต้องบริหารให้เกิดประโยชน์ต่อกิจการมากที่สุดเพราะดอกเบี้ยจะน้อยกว่าเงินกู้ทั่วไป

  1. ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note : P/N)

                เป็นเอกสารทางการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยแจ้งไว้ว่าจะชำระเงินตามกำหนด ซึ่งในเอกสารจะต้องมีเงินต้น , ดอกเบี้ย , กำหนดวันจ่ายเงิน รวมจนถึงวันสิ้นสุดการชำระ โดยจะชำระคืนตามกำหนดระยะเวลา หรือชำระทั้งจำนวนก่อนครบกำหนดก็ทำได้เช่นเดียวกัน P/N  มีหลายรูปแบบ หากเป็นแบบไม่มีเงื่อนไขก็จะสามารถเปลี่ยนมือได้ เรียกว่า “ตราสารเปลี่ยนมือ” หรือหากผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินกระทำการผิดเงื่อนไขการชำระเงิน ผู้ให้กู้เงินก็จะสามารถเข้ายึดทรัพย์ได้ จะมีตั๋วสัญญาใช้เงินอีกประหนึ่งคือ ตั๋วสัญญาใช้เงินตามความต้องการ นั่นหมายถึงว่าจะไม่มีการกำหนดระยะเวลาของการจ่ายเงินเอาไว้ ผู้ออกเงินกู้จะให้ชำระเงินเมื่อใดก็ได้ แต่โดยปกติจะมีการแจ้งล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ การใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นแหล่งเงินทุนในการเสริมสภาพคล่องของกิจการอีกทางหนึ่งด้วยเช่นกัน

 

 

  1. หนังสือค้ำประกัน (Bank Guarantee : B/G)

เป็นการขอกู้เงินชนิดหนึ่งที่ผู้กู้เงินจะไม่ได้รับเงินสด หมายความว่าหากในการดำเนินกิจการนั้นเงื่อนไขคือต้องใช้หนังสือค้ำประกันจากธนาคาร ก็จะต้องขอให้ธนาคารเป็นผู้ออกหนังสือสัญญาให้ โดยธนาคารจะไม่จ่ายเงินสด แต่จะออกเป็นหนังสือค้ำประกันแทน ตามมูลค่าของทรัพย์สินที่นำไปเสนอธนาคาร และหากมีการผิดเงื่อนไขในการทำธุรกิจกัน คู่สัญญามีสิทธิ์เรียกร้องให้ธนาคารจะเป็นผู้ชำระแทนในวงเงินทรัพย์สินนั้น

  1. วงเงินขายลดเช็ค (CBD)

เงินกู้ยืมชนิดนี้เป็นการเสริมสภาพคล่องให้กับกิจการ หากกิจการมีเช็คที่ยังไม่ครบกำหนดก็สามารถนำมาขายลดให้กับธนาคารได้ตามยอดเงินหน้าเช็คนั้นเลย แต่ธนาคารจะคำนวณดอกเบี้ยส่วนลดออกก่อน และจะโอนเงินเข้าบัญชีผู้กู้เงินในวันที่ขอกู้ทันที เมื่อธนาคารได้รับเงินเงินตามเช็คแล้วก็จะนำมาชำระหนี้ที่ผู้กู้ได้กู้เงินไปก่อนหน้านี้นั่นเอง ซึ่งจะทำให้กิจการมีกระแสเงินสดใช้ในกิจการเป็นการเสริมสภาพคล่องชนิดหนึ่ง



กดลิงค์ keyword ด่านล่าง เพื่อ เข้าสู่ backlink รายละเอียดบริการที่คุณมองหา

แหล่งเงินทุนเงินทุน # เงินกู้# กู้เงิน เงินกู้นอกระบบ# เงินกู้เจ้าของกิจการเงินกู้เจ้าของธุรกิจ เงินกู้ผู้ประกอบการ#
งินด่วนเงินหมุน#
เงินกู้รายวันเงินกู้รายเดือนเงินกู้พนักงานสินเชื่อเงินสด#
 สินเชื่อส่วนบุคคลยื่นสินเชื่อรูดบัตรเครดิต#เดินบัญชีย้อนหลัง#
ทำสเตทเม้น statementย้อนหลังทำทะเบียนพาณิชย์ย้อนหลัง# เงินโชว์บัญชี#
เงินนอนบัญชีขอวีซ่า #แลกเช็ค# จำนำรถ# จำนำมอเตอร์ไซด์# ดาว์นรถแลกเงิน# จำนำรถติดไฟแนนท์# รถแลกเงิน #
 

Visitors: 74,270